หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

รอบระยะบัญชีของการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล


ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ ต้องคำนวณกำไรสุทธิ จากรายได้จากกิจการ หรือเนื่องจาก กิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี หักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี ซึ่งประมวลรัษฎากรได้กำหนดรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่งๆ ไว้ดังนี้

(1)   รอบระยะเวลาบัญชีโดยทั่วไปตามบทบัญญัติมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร รอบระยะเวลาบัญชี สำหรับการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องเท่ากับ 12 เดือน โดยจะเริ่มต้นและสิ้นสุดลงเมื่อใดก็ได้

(2)   รอบระยะเวลาบัญชีซึ่งน้อยกว่า 12 เดือน กรณีที่กฎหมายยอมให้รอบระยะเวลาบัญชีน้อยกว่า 12 เดือน ได้ มีเฉพาะกรณีดังต่อไปนี้ คือ

         ก.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเริ่มตั้งใหม่ จะถือวันเริ่มตั้งถึงวันหนึ่งวันใดเป็นรอบระยะ เวลาบัญชีแรกก็ได้ แต่รอบระยะเวลาบัญชีต่อไปต้องเท่ากับ 12 เดือน

         ข.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอาจยื่นคำร้องขอเปลี่ยนวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีก็ได้ ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรจะเห็นสมควรและสั่งอนุญาตซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนจะน้อยกว่า 12 เดือน

         ค.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เลิกกันให้ถือเอาวันที่เจ้าพนักงานจดทะเบียนเลิกเป็น วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

         ง.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากัน ให้ถือว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเลิกกัน รอบระยะเวลาบัญชีที่ควบเข้ากันจึงเป็นไปตาม (ค) ซึ่งอาจน้อยกว่า 12 เดือน

         ในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการและยังชำระบัญชี ไม่เสร็จ หากมีกำไรสุทธิเกิดขึ้น จะต้องนำมาเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคลเพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ถือว่าบริษัทยังมีสภาพเป็นนิติบุคคลอยู่ตราบเท่าที่ยังชำระบัญชีไม่เสร็จสิ้น

(3)   รอบระยะเวลาบัญชีมากกว่า 12 เดือน รอบระยะเวลาบัญชีอาจขยายออกไปมากกว่า 12 เดือนก็ได้ ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติ บุคคลเลิกกิจการ หากผู้ชำระบัญชี และผู้จัดการไม่สามารถยื่นรายการและเสีย ภาษีได้ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว ถ้าได้ยื่นคำร้องต่ออธิบดีภายใน 30 วันนับแต่วัน ที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก อธิบดีกรมสรรพากรอาจพิจารณาอนุมัติให้ขยายรอบระยะเวลาบัญชีออกไปได้ ซึ่งรอบระยะ เวลาบัญชีรอบนี้อาจเกิน 12 เดือนก็ได้)

ที่มา : กรมสรรพากร

นักบัญชียุคใหม่

นักบัญชียุคใหม่เป็นมุมมองใหม่อีกมุมหนึ่งของนักบัญชีที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงบทบาทไปจากเดิม โดยที่มีนักบัญชีเป็นแกนหลัก ถ้าเราพูดถึงนักบัญชีหลายคนจะนึกถึงภาพสมุห์บัญชี  หรือผู้จัดการฝ่ายบัญชีที่เคร่งเครียดอยู่กับงานบัญชีบนโต๊ะทำงาน ง่วนอยู่กับตัวเลขมากมายที่แสนจะปวดหัว เน้นแต่ให้ตัวเลขสมดุล และปิดงบให้ได้ซึ่งบางครั้งหรืออาจจะบ่อยครั้งที่ต้องมีปัญหากับหน่วยงานอื่นๆ ที่ต้องนำข้อมูลมาทำบัญชี ซึ่งต่างฝ่ายมีจุดยืนในการทำงานที่แตกต่าง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาตามมา อย่างไรก็ตาม มีใครบ้างที่รู้เห็นความสำคัญของนักบัญชีสำคัญยิ่งกว่าบัญชีที่หลายคนต่างพูดกันว่าเป็นหัวใจของธุรกิจ ดังนั้นทำให้บทบาทของนักบัญชีไม่ค่อยพัฒนาหรือไม่สามารถทำให้คนปรับเปลี่ยนทรรศนะใหม่ปัจจุบันวิวัฒนาการใหม่ๆ ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งบัญชีได้รับผลประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะ เรื่องของคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือและสิ่งสำคัญยิ่งในขณะนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การที่นักบัญชีศึกษาและใช้คอมพิวเตอร์แล้ว จะเรียกว่าเป็นนักบัญชียุคใหม่ตามยุคของคอมพิวเตอร์ เพราะนักบัญชียุคใหม่จะต้องมี ทรรศนะวิสัยที่กว้างขึ้น รอบรู้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้สามารถเรียนรู้ได้จากห้องประชุมและห้องสัมมนา ถือเป็นแหล่งที่เรียนรู้ที่ดี
มากอีกแห่งหนึ่ง หรือเรียนรู้จากประสบการณ์ อาจจะเป็นเรื่องราวต่างๆรอบตัวเรา นอกจากบัญชีเป็นสิ่งจำเป็นมากในการนำมาใช้การทำงานที่มีประสิทธิภาพแล้ว อีกทั้งยังสามารถลดปัญหาข้อขัดแย้งได้ด้วยกัน ถ้าเราเรียนรู้ถึงเรื่องคนและพฤติกรรม เรื่องเทคนิคการแก้ปัญหาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าว เรื่องคุณสมบัติของการเป็นผู้นำเรื่องเทคนิคการพูดในที่ชุมชน เรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่ค่อยจะเกี่ยวกับวิชาบัญชี แต่ก็มีความสำคัญมากต่อการทำงาน เพราะผู้ที่รอบรู้มากกว่า จะเป็นผู้ที่ได้เปรียบกว่า แล้วเราก็สามารถนำวิธีการและเทคนิคต่างๆมาผสมผสานกับงานบัญชีได้ ทำให้ฝ่ายบัญชี และผู้ทำบัญชีเป็นที่ยอมรับกันมากขึ้น และความสนใจในสิ่งต่างๆรอบตัวเราก็ควราให้ความสำคัญเพื่อเราจะได้เป็นผู้มีความรู้ ความคิดความอ่านมากขึ้นไปกว่าที่จะเป็นนักบัญชีเต็ม 100% เพราะฉะนั้นนักบัญชียุคใหม่ต้องสามารถคุยได้หลายเรื่อง ต้องทันสมัย เช่น เรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่แปด บอกให้ทราบถึงนโยบายในเรื่องการเงิน การคลังของประเทศอย่างไรบ้าง ทำไมจึงต้องมีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากแผน 1 จนถึงแผน 8 การนำนโยบายมาปฏิบัติตามแผนเป็นไปได้กี่เปอร์เซนต์ และหากรัฐบาลไม่นำนโยบายตามแผนไปสู่การปฏิบัติ จะเกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง อย่างนี้เป็นเรื่องทั่วไปที่นักบัญชีควรจะรับทราบ และทำความเข้าใจและเรื่องภายในองค์กรที่เราปฏิบัติหน้าที่ เราก็ควรทำความเข้าใจไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านการตลาด การบริหารทรัพยากรมนุษย์ และอื่น ๆ ความรู้รอบตัวต่างๆ เหล่านี้นักบัญชีสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้อีกด้วย
นอกจากความรู้และความสนใจแล้ว นักบัญชียุคใหม่ยังต้องเป็น นักวางแผน และมองการณ์ไกล เพราะสิ่งนี้จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าก่อน ซึ่งเราพอที่จะรู้แนวทางปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและจะสามารถแก้ไขปัญหาไปได้ด้วยดี เพื่อให้บรรลุวัตถุจุดประสงค์ในวันข้างหน้า เพียงเท่านี้ก้จะทำให้นักบัญชีสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

คุณลักษณะของนักบัญชียุคใหม่

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเกิดวิกฤตการณ์ Sub-Prime กับสถาบันการเงินหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาหรือ "แฮมเบอร์เกอร์ Crisis" ซึ่งทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาถดถอย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งนักบัญชีก็ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เช่น มาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการสอบบัญชีที่เพิ่มขึ้น ความกดดันด้านการแข่งขัน การปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กร การควบรวมกิจการ การร่วมลงทุนจากบริษัทต่างประเทศ การประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่าย และการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำธุรกรรม เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของลักษณะการทำงานด้านบัญชีที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คือ การปิดบัญชีได้ในระยะเวลาที่สั้นกว่าเดิมมากด้วยการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางการบัญชี ข้อมูลสารสนเทศอยู่ในรูปฐานข้อมูลที่ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในหน่วยงานต่างๆ สามารถเข้าถึงได้มากกว่าเดิม ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ นักบัญชีลดเวลากับกระบวนการปิดบัญชีเพื่อจัดทำงบการเงิน ดังนั้น นักบัญชีสามารถใช้เวลาวางแผนทางบัญชีและการเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่องค์กร ซึ่งคุณสมบัติและความรู้ทักษะและความสามารถที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานของนักบัญชียุคใหม่เพื่อปรับตัวและเตรียมพร้อมกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ควรมีคุณสมบัติดังนี้
คุณสมบัตินักบัญชี เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ เพราะเมื่อประกอบวิชาชีพจะต้องมีจริยธรรมสูงในการจัดทำหรือตรวจสอบงบการเงิน ซึ่งมีผลกระทบต่อธุรกิจและสังคม ผู้ที่เข้าศึกษาควรเป็นผู้ที่ชอบการคิดวิเคราะห์ การคำนวณและมีความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์เป็นอย่างดี สาขาวิชาการบัญชีต้องผ่านการรับรองจากสถาบันวิชาชีพ โอกาสเมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้ผลตอบแทนสูง สามารถปฏิบัติงานเป็นผู้จัดทำบัญชี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือทำงานตำแหน่งทางการเงินและการบัญชีในหน่วยงานของรัฐบางและเอกชนหรือประกอบอาชีพอิสระ

งบการเงิน

งบการเงิน เป็นรายงานทางบัญชีที่แสดงฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานของกิจการ การเปลี่ยนแปลงของเงินสดและส่วนของผู้ถือหุ้น ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา เพื่อใช้ในการตัดสินใจด้านการเงิน โดยทั่วไปงบการเงินจะประกอบด้วย
ประโยชน์ของงบการเงิน
  • ผู้บริหารของบริษัทจะใช้ข้อมูลในงบการเงินมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนปรับปรุงผลการดำเนินงานให้ดีขึ้น
  • ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะใช้งบการเงินในการวิเคราะห์ความเสี่ยง และความสามารถในการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยก่อนการตัดสินใจให้กู้
  • บริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะต้องเปิดเผยงบการเงินต่อสาธารณชนทุกไตรมาส และ ทุกปีบัญชี โดยนักลงทุนจะนำข้อมูลในงบการเงินมาหาอัตราส่วนทางการเงินเพื่อวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจลงทุน